**CC** มาดู หลิวอี้เฟย จากเรื่อง มังกรหยก 2 และภาพน่ารักๆของเธอกันค่ะ**CC**

Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 08:42:37 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 08:44:14 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 08:44:54 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 08:46:04 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:32:14 ]







มังกรหยก ตอน ตำนานศึกเทพอินทรีย์ ความรักมั่นคงสะท้านภพ แม้แต่ฟ้าดินยังต้องสยบ

เรื่องย่อ มังกรหยก ตอน ตำนานศึกเทพอินทรีย์

ในสมัยที่ยุทธจักรยังไม่แบ่งพรรคธรรมะอธรรม ประเทศชาติถูกรุกราน ก๊วยเจ๋ง (หวังลั่วหยง ) วีรบุรุษแห่งชาวฮั่นได้พยายามรวมกำลังเหล่าชาวยุทธ์ขึ้นต่อสู้ เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) เด็กกำพร้าผู้เป็นลูกของเอี้ยคังน้องบุญธรรมของก๊วยเจ๋ง ได้พบกับความเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต เมื่อได้พบกับก๊วยเจ๋ง (หวังลั่วหยง ) เขาได้รับความเอ็นดูจากก๊วยเจ๋งได้ไม่นานก็พบกับปัญหาต้องย้ายไปอยู่สำนักฉ่วงจิง และได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเมื่อเขาทำร้ายคนในสำนัก เขาจึงหลบหนีไปสำนักสุสานโบราณได้พบ เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) และกราบนางเป็นอาจารย์ แต่ด้วยวันเวลาที่ใกล้ชิดกันทำให้ทั้งสองต่างผูกพันต่ออีกฝ่ายในฐานะชายหญิงโดยไม่รู้ตัว


วันหนึ่ง ลีหมกโช้ว (ม่งกวงเหม่ย) ศิษย์พี่ของเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ได้บุกสำนักสุสานโบราณ แต่วิทยายุทธ์เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) และเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ไม่อาจเทียบได้จึงต้องหนีออกมาจากสำนักสุสานโบราณ ต่อมาด้วยเหตุเข้าใจผิดทำให้ทั้งสองต้องพรากจากกัน เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) ได้ออกตามหาเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) และยังเอิญได้พบกันอั้งซิกกง (ซุนไห่อิง )อดีตประมุขพรรคกระยาจก และ อาวเอี๊ยงฮง (จ้ายไน่เสอ) จอมมารผู้เสียสติ และได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก 2 ยอดฝีมือ


แผ่นดินโดนรุกรานอย่งหนัก อึ้งย้ง (คงหลิง) จึงเชิญเหล่าชาวยุทธ์มาชุมนุมเพื่อคัดเลือกผู้นำ เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) และ เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ได้เข้าร่วมงานและทำให้ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง การพบกันในครั้งนี้ทำให้ทั้งสองต่างรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่เซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย)ได้รับพิษดอกรักซึ่งไม่มีทางรักษาได้ จึงจากไปพร้อมทิ้งข้อความบอกให้เอี๊ยก้วยรออีก 16 ปี หวังว่าเวลาจะทำให้เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) ลืมนางได้
เอี๊ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) ที่เฝ้ารอเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ได้พบกับอินทรียักษ์ และถูกมันนำไปพบกับกระบี่และวิชาไร้ผู้ต้านที่ซ่อนไว้ ของเทพกระบี่และวิชาไร้ผู้ต้านที่ซ่อนไว้ ของเทพกระบี่ไร้พ่ายในตำนานต๊กโกวคิ้วป้าย (คิ้วป้ายแปลว่าแสวงหาความพ่ายแพ้) หลังจากฝึกวิชาสำเร็จเขาได้กลับสู่ยุทธจักรอีกครั้งพร้อมกับอินทรียักษ์ เพื่อช่วยเหลือชาวยุทธจักร จนได้รับการขนานนามจากชาวยุทธ์ว่า "จอมยุทธ์อินทรี"


เรื่องราวต่าง ๆ ในยุทธจักรที่แสนวุ่นวาย แผ่นดินที่เต็มไปด้วยสงคราม สุดท้ายเหตุการณ์จะจบลงอย่างไร 16 ปีที่เอี้ยก้วย (หวงเสี่ยวหมิง) เฝ้ารอเซียวเหล่งนึ่ง (หลิวอี้เฟย) ความรักที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาจะสมหวังหรือไม่ สามารถติดตามตำนานความมันและรักอันลึกซึ้งสะท้านแผ่นดินได้ในภาพยนตร์จีนชุด "มังกรหยก ตอน ตำนานศึกเทพอินทรี"

ประวัติตัวละคร

เอี้ยก้วย วีรบุรุษจ้าวอินทรี
เอี้ยก้วยเป็นบุตรชายของ เอี้ยคัง กับ มกเนี่ยมชื้อ ซึ่งเอี้ยคังถือเป็นตัวร้ายจากมังกรหยกในภาคก่อน กิมย้งได้นำทายาทของเขามาเป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่องในภาคนี้ เอี้ยก้วยเกิดมาโดยไม่เคยได้พบเห็นหน้าบิดาของตนเอง เมื่อครั้งนั้น มกเนี่ยมชื้อ เสียความบริสุทธิให้แกเอี้ยคังบนยอดเขามือเหล็ก แล้วในที่สุดก็ได้ตั้งท้อง แต่เอี้ยคังก็มาเสียชีวิตซะก่อนที่เด็กจะเกิด มีหลายครั้งที่เอี้ยก้วยพยายามถามมารดาเกี่ยวกับเรื่องราวขอบบิดาของเขา แต่ มกเนี่ยมชื้อ ไม่เคยตอบได้แต่ร้องให้ เอี้ยก้วยวาดฝันว่าบิดาของเขาต้องเป็นยอดวีรบุรุษ แล้วอาจจะถูกลอบทำร้ายถึงแก่ชีวิตทำให้มารดาต้องอยู่เลี้ยงลูกเพียงลำพัง และต่อมา มกเนี่ยมชื้อ ก็เสียชีวิต หลังจากนั้น เอี้ยก้วยเหลือตัวคนเดียวต้องท่องโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้เพียงลำพัง ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ เป็นชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความ อยู่รอด ชีวิตวัยเยาว์อาภัพ รู้สึกตัวเองต้อยต่ำ บางที่ก็ถูกผู้คนเหยียดหยามรุมรังแก ส่งผลให้เขารังเกียจโกรธแค้นผู้คน แต่ด้วยความเฉลียฉลาดของเขาทำให้สามารถเอาตัวรอดมาได้



เอี้ยก้วยได้มาพบกับก๊วยเจ๋งและอึ้งย้ง ในช่วงอายุ สิบสามสิบสี่ปี ในตอนนั้น ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง สองสามีภรรยา เดินทางตามหาข่าวคราวของอึ้งเอี๊ยซือ และบังเอิญได้มาพบเอี้ยก้วย ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับเอี้ยคังอย่างมาก อึ้งย้งจึงได้ทำการทดสอบจนทราบว่าเป็นบุตรของเอี้ยคัง ก๊วยเจ๋งที่รู้สึกเสียใจต่อน้องร่วมสาบานมาตลอด พอพบเห็นเอี้ยก้วยก็ยินดียิ่งจึงรับไว้เลี้ยงดู ภายหลังได้ถูกส่งไปยังสำนักชวนจินก่าเพื่อฝึกวิชา แต่ก็ถูกกลั่นแกล้ง บัญเอิญได้มาพบยายซุนซึ่งเป็นคนจากสำนักสุสานโบราณ ด้วยนิสัยช่างเจรจาของเอี้ยก้วย ได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิต แต่งเติมสีสันมากมายจนทำให้ยายซุนคล้อยตามและรู้สึกเวทนาในวิถีชีวิตของเด็กน้อยคนนี้ จึงขอร้องให้สาวน้อยเจ้าของสุสานโบราณคนปัจจุบัน เซียวเหล่งนึ่ง รับเอี้ยก้วยไว้เป็นศิษย์ ซึ่งน่าจะถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องอย่างแท้จริง

บุคลิกและนิสัยของเอี้ยก้วย
เมื่อโตขึ้นมา เอี้ยก้วยมีใบหน้าที่หล่อเหลา บุคลิกเป็นคนสนุกสนาน พูดจาเก่ง มีนิสัยคึกคะนองชอบกระโดดโลดเต้น ชอบท่องเที่ยว นิสัยของเอี้ยก้วยนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เขาเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาด มีความมั่นใจในตัวเองสูง กล้าคิดกล้าทำไม่เกรงกลัวผู้ใด เรียนรู้ได้ไว มีความจำที่ดี และมีไหวพริบเป็นเลิศ ถ้าพูดถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบาย เอี้ยก้วยจะเป็นรองก็เพียงอึ้งย้งคนเดียวเท่านั้น แต่ด้วยช่วงชีวิตในวัยเยาว์ถูกผู้คนเหยียดหยามรังแก ทำให้เมื่อโตขึ้น ออกจะมีนิสัยมองโลกในแง่ร้ายไปบ้าง บางทีก็ดูเหมือนจะต่อต้านสังคม กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจขนบธรรมเนียมประเพณี อยากทำอะไรก็ทำ ไม่สนใจใคร บางที่ก็ดูเจ้าอารมณ์ มีอารมณ์ค่อนข้างแปรปรวนจนแม้ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ภายในจิตใจลึกๆนั้น เอี้ยก้วยเป็นคนดีมีน้ำใจ เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม มีหลายๆครั้งที่ลงมือช่วยเหลือคนโดยไม่หวังผลตอบแทน



แต่เอี้ยก้วยยังคงไม่เข้าใจนิสัยของตัวเองบางครั้งก็รู้สึกแปลกใจ ได้แต่ครุ่นคิดว่า "ตัวเรานั้น ประสบเคราะห์กรรมถูกผู้คนข่มเหงรักแกตั้วแต่เล็ก แต่ในโลกก็ยังมีผู้ที่จริงใจต่อเราไม่น้อย เซียวเหล่งนึ่งไม่ต้องพูดถึง ยังมี ยายซุน ท่านผู้อวุโสอั้งชิกกง พ่อบุญธรรมอาวเอี้ยงฮง อึ้งเอี๊ยะซือ รวมทั้ง เทียเอ็ง เล็กบ่อซัง ตลอดจนกงซุนเล็กงัก ล้วนแต่จริงใจต่อเรา ชะตาวันเกิดของเราคงแปลกพิศดาร ไม่เช่นนั้นผู้ที่ดีต่อเราไฉนดีถึงเพียงนี้ คนที่ร้ายต่อเราเหตุใดถึงรายปานนี้ "
ซึ่งในความจริงๆแล้วชะตาของเขาที่แปลกพิศดาร บุคคลที่พบพานหากมิใช่ดีต่อเขาถึงที่สุด ก็ต้องร้ายถึงที่สุด ล้วนสืบเนื่องจากนิสัยของตัวเขาเอง เอี้ยก้วยมีนิสัยพิกลผิดธรรมดา หากใครตีแผ่หัวใจเข้าคบหา เอี้ยก้วยก็จะปฏิบัติต่อคนนั้นอย่างจริงใจ หากแม้นสนทนาไม่ลงรอย ก็ยึดถือเป็นศัตรู เมื่อเอี้ยก้วยแสดงต่อผู้อื่นเช่นนี้ ผู้อื่นย่อมตอบแทนดุจเดียวกัน

ความรักคงมั่นสะท้านภพ
ในด้านความรักนั้น เอี้ยก้วยถูกยกย่องให้เป็นบุรุษที่มีจิตใจมั่นคง รักมั่นต่อเซียวเหล่งนึ่งคนเดียว ตลอดทั้งเรื่องเอี้ยก้วยได้พานพบกับสตรีที่งดงามมากมาย แต่ละคนล้วนมีเสนห์แตกต่างกันไป บ้างก็เป็นสาวเรียบร้อยน่าทะนุถนอม บ้างก็เป็นสาวซนแก่นแก้ว บ้างก็แสนดี บ้างก็สง่าน่าเลื่อมใส และด้วยนิสัยของเอี้ยก้วยนั้น เป็นนิสัยในแบบที่ทำให้สตรีหลงใหลได้ นอกจากจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาคมคายแล้ว สิ่งที่พิเศษสุดคือมีวาจาเป็นเอก เป็นคนที่คารมดี ทำให้ผู้หญิงยิ้มได้ อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ชายเจ้าเสนห์ มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อได้ที่คุณทำให้ผู้หญิงยิ้มหรือหัวเราะได้อย่างมีความสุข เท่ากับคุณได้หัวใจนางไปครึ่งนึงแล้ว เอี้ยก้วยได้ใจสาวๆมากมาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอันใด เพียงใช้ชีวิตไปตามรูปแบบความเคยชินของตัวเอง ก็มีสาวมาตกหลุมรักยอมมอบกายถวายชีวิตให้ได้ เอี้ยก้วยอาจจะติดนิสัยชอบพูดจาเย้าแหย่หญิงสาวจนเคยชิน แต่ก็มิใช่ด้วยจิตคิดอกุศล เป็นเพียงความคะนองในวันหนุ่ม แต่ในใจจริงๆของเขานั้น มีเพียงเซียงเหล่งนึ่งเป็นหนึ่งในดวงใจ ความรักที่เขามีต่อเซียวเหล่งนึ่งก็ไม่เคยถูกบั่นทอนลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ



ในตอนที่เซียวเหล่งนึ่งกระโดดลงหน้าผาไปและจารึกข้อความทิ้งไว้ให้เอี้ยก้วยรอคอย เซียวเหล่งนึ่งทำเช่นนั้นเพียงเพราะหวังให้ชายซึ่งเป็นที่รัก จะยังคงรักษาชีวิตต่อไปไม่คิดกระโดดตามลงมา เมื่อเวลาผ่านพ้นไปความคะนึงหาที่มีอยู่ย่อมถูกบั่นทอนลงไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ แม้จะมีหญิงงามมากมายให้เลือก แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน แม้จะไม่รู้ว่าการรอคอยนี้จะสูญเปล่าหรือไม่ แต่เอี้ยก้วยก็ยังคงมีรักมั่นคง เฝ้ารอคอยอยู่เนิ่นนาน ผ่านวันเวลาอันปวดร้าวด้วยพิษแห่งความคิดถึงคะนึงหา จวบจนเวลาผ่านพ้นมาถึงเวลาที่กำหนด เมื่อไม่พานพบหญิงซึ่งเป็นที่รัก เอี้ยก้วยก็ยังคงตัดสินใจกระโดดตามลงไปอยู่ดี ไม่ต่างจากเมื่อสิบหกปีก่อน



วรยุทธของเอี้ยก้วย
ในด้านวรยุทธ เอี้ยก้วยเป็นตัวละครที่ได้เรียนรู้วิชาหลากหลายแขนง จากเหล่ายอดฝีมือแห่งยุคนั้นแทบครบทุกคน ตั้งแต่วิชาของ ลิ้มเฉียวเอ็ง มายังวิชาสำนักชวนจินก่าของ เฮ้งเต้งเอี้ยง รวมถึงวิชาในคัมภีร์ที่เคยสั่นคลอนยุทธพบคือวิชาในคัมภีร์เก้าอิม ยังคงได้เรียนวิชากับ อาวเอี้ยงฮง และอั่งชิกกง แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝือมือแห่งยุคทั้งนั้น และสุดท้ายยังได้วิชาของยอดคนในอดีต ต๊กโกคิ้วป้าย ทำให้เขาขึ้นเป็นยอดฝีมือเทียบเคียงกับยอดคนในยุคนั้นได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ถือได้ว่าในอายุเดียวกัน ไม่มีใครเก่งเทียบเทียมเขาได้ แล้วเนื่องจากเอี้ยก้วยมีความเฉลียวฉลาด มีวิชาติดตัวมากมาย กับประสบการณ์ต่อสูอีกหลายครั้ง ทำให้สามารถคิดค้นบัญญัตวิชาขึ้นเองได้ ซึ่งนับเป็นความโดดเด่นต่างจากพระเอกคนอื่นในนิยายกิมย้ง

ก้าวสู้ความเป็น วีรบุรุษจ้าวอินทรี
ภายหลัง ในช่วงเวลาที่รอเซียวเหล่งนึ่ง เอี้ยก้วยได้เดินทางท่องยุทธจักรไปกับพี่อินทรี ด้วยวรยุทธที่สูงส่งได้ประกอบวีรกรรมช่วยเหลือคนมากมาย ผู้คนที่ได้รับความช่วยเหลือต่างสำนึกในบุญคุณ เห็นว่าเอี้ยก้วยมักอยู่กับอินทรีเสมอ จึงเรียกว่าวีรบุรุษจ้าวอินทรี แต่ว่าเอี้ยก้วยหลังจากที่มีอายุมากขึ้น ความโออ้วดถือดีแบบเมื่อสมัยเยาว์วัยนั้นลดทอนลงไปมาก มีความถ่อมตัว คิดว่าตัวเองไม่ใช่วีรบุรุษอันใด จึงให้ผู้คนเรียกว่าเป็น ชาวยุทธจ้าวอินทรี แทน

ธิดามังกรน้อย เซียวเหล่งนึ่ง
เซียวเหล่งนึ่ง มีการสะกดเป็นภาษาไทยหลายแบบ บ้างก็ใช้ เซียวเล่งนึ่ง หรือในนิยายของ น.นพรัตน์ สะกดว่า เซียวเล้งนึ่ง ในที่นี้จะขอใช้ เซียวเหล่งนึ่ง เพราะเห็นว่าเป็นแบบที่นิยมกันมากที่สุด ถ้าพูดถึงสาวงามแล้ว ในนิยายกำลังภายในหลากหลายเรื่องราวล้วนมีสตรีสวยงามอยู่มากมาย ตามแต่ผู้ประพันธ์แต่ละคนจะจินตนาการ แต่ถ้าถามถึงสตรีที่งามที่สุดในนิยายกำลังภายใน หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อเซี่ยวเหล่งนึ่งติดอยู่ในอันดับต้นๆด้วยเป็นแน่
กำเนิดของเซียวเหล่งนึ่งนั้นไม่ได้ระบุว่า บิดา มารดาเป็นใครมาจากไหน เซียวเหล่งนึ่งถูกทิ้งไว้ นอกตำหนักเต้งเอี้ยง ของสำนักช่วนจินก่า ตั้งแต่ยังเป็นทารก แต่ตำหนักเต้งเอี้ยงเป็นสถานบันพรต ย่อมไม่สะดวกกับการเลี้ยงดูเด็กทารก บังเอิญสาวใช้ของลิ้มเฉียวเอ็งผ่านมาเห็น ด้วยความเวทนาจึงได้รับอุปการะไว้ นำกลับไปเลี้ยงดูที่สุสานโบราญและรับเป็นศิษย์ถ่ายทอดวิชาให้ สตรีแซ่เล้งมีนามว่ากระไร บุคคลภายนอกย่อมไม่อาจทราบได้ จึงเรียกขานนางเป็น เซียวเหล่งนึ่ง ซึ่งแปลว่า ธิดามังกรน้อย
เซียวเหล่งนึ่งปรากฏตัวครั้งแรกให้ผู้อ่านได้ยลโฉม ด้วยฉากในสุสานโบราณ ตอนที่ยายซุนสาวใช้ของนาง นำเอี้ยวก้วยมารักษาอาการพิษจากผึ้งหยก โดยกิมย้งท่านได้บรรยายไว้ว่า นางอยู่ในชุดสีขาวราวแพรเบาบางห่อหุ้มคลุมกาย คล้ายกับเรือนร่างอยู่ท่ามกลางหมอกควัน นอกจากผมเผ้าที่ดำขับ ตลอดทั้งร่างขาวผ่องราวหิมะ วงหน้างามพิลาสล้ำเหนือหญิงใดในโลกหล้า เมื่อเอี้ยก้วยได้เห็นถึงกับรู้สึกว่าสตรีนางนี้สดใสสะคราญ จนไม่อาจจับจ้องมองตรงๆ



ความงามของเซียวเหล่งนึ่ง
เซียวเหล่งนึ่งนั้นมีใบหน้าดูสงบเยือกเย็น บริสุทธิ์ดังหิมะ และเย็นชาราวน้ำแข็ง เอี้ยก้วยเองยังเคยครุ่นคิดว่าสตรีนางนี้ สร้างจากแก้วผลึก หรือว่าเป็นมนุษย์หิมะหรืออย่างไร ที่แท้เป็นคนหรือภูตผี หรือว่าเป็นเทพธิดาสวรรค์กันแน่ มิใช่เพียงแต่เฉพาะกับเอี้ยก้วยเท่านั้น ไม่ว่ากับผู้ใดทุกครั้งที่นางปรากฏกาย ล้วนตรึงสายตาผู้คนให้จับจ้อง กิมย้งได้บรรยายถึงความงามของนางไว้ในหลายฉากหลายตอน ดังเช่นเมื่อครั้งที่เซียวเหล่งนึ่งปรากฎตัวที่งานชุมนุมชาวยุทธ ได้หยุดสายตาของเหล่าชาวยุทธที่มาร่วมงานให้จับจ้องไปที่นาง กิมย้งได้บรรยายในตอนนี้ว่า
ชนชาวโลกมักใช้คำ งดงามปานเทพธิดา เปรียบเปรยความงามของอิสตรี แต่ที่แท้เทพธิดางามสะคราญปานใด ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ทราบ แต่พอได้เห็นเซียวเหล่งนึง ในใจผู้คนล้วนประหวัดนึกถึงคำงดงามปานเทพธิดา ซึ่งมีผิวขาวผ่อง รอบกายคล้ายปกคลุมด้วยหมอกบางเบา คล้ายจริงคล้ายมายา หาใช่คนในโลกีย์วิสัยไม่

บุคลิกลักษณะนิสัยของเซียวเหล่งนึ่ง
นอกจากความงามที่เหนือจากมนุษย์ทัวไปแล้ว นางยังมีบุคลิกที่โดดเด่นแปลกพิศดาร เนื่องด้วยนางเติบโตมาในสุสานโบราณ จากการเลี้ยงดูของอาจารย์และยายซุน ผ่านชีวิตราวกับน้ำนิ่งไม่กระเพื่อม ไม่เคยได้ออกมาสู่โลกภายนอก จึงไม่รู้จักขนบธรรมเนียมใดๆ ประกอบกับอาจารย์ให้นางฝึกวิชากำลังภายในตั้งแต่เล็ก สั่งนางขจัดซึ่งอารมณ์ยินดี เดือดดาล โศกเศร้า สุขสันต์ หากเห็นนางหัวเราะหรือร้องให้จะลงโทษ ดังนั้นจึงเพาะสร้างเป็นนิสัยสันโดษเย็นชา ความรู้สึกต่างๆบังเกิดขึ้นในจิตใจก็ผ่านเลยไป ล้วนไม่ผ่านการแสดงออกทางสีหน้า แต่ภายหลัง หลังจากเอี้ยก้วยเข้ามา ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป นางเริ่มมีจิตใจที่พลุกพล่านในบางครั้ง นิสัยที่เยือกเย็นไร้ความรู้สึกก็ถูกบั่นทอนลง



เซียวเหล่งนึ่งเป็นผู้หญิงไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก แต่ก็มิใช่คนโง่ บุคลิกที่โดเด่นอีกอย่างของนางคือความใจเย็น มีสมาธิที่แน่วแน่ ทั้งดูสง่าน่าเลื่อมใสและดูน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน บุคลิกที่สง่างามของเธอนั้นติดตัวเธออยู่ตลอดเวลา ทั้งเวลาพูดจา เวลาต่อสู้ หรือแม้กระทั่งเวลานอนก็ยังคงดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยนางจะนอนบนเส้นเชือก ซึ่งเริ่มนอนแบบนี้ตั้งแต่เอี้ยก้วยเข้ามาในสุสานโบราณ นางยกเตียงหยกเย็นให้เอี้ยก้วย ตัวเองเลยใช้เส้นเชือกแทนเตียง และก็นอนแบบนี้เรื่อยมา



วรยุทธของเซียวเหล่งนึ่ง
ในด้านวรยุทธ นางก็มีวรยุทธที่ไม่ธรรมดา วิชาของสำนักสุสานโบราณเป็นวิชาของ ลิ้มเฉียวเอ็ง ยอดจอมยุทธหญิงในยุคก่อน มีวิชาที่หลากหลายทั้ง กระบี่ ฝ่ามือ อาวุทธลับ และวิชาตัวเบาที่สูงส่งไม่เป็นสองรองใครในยุทธภพ ยังวิชาสุดยอดอย่างอย่างวิชาใน คัมภีร์สุรางคนางค์ (คัมภีร์สาวหยก) นางยังได้นอนเตียงหยกเย็นตั้งแต่เด็กจนมีพลังภายในสูงส่ง ภายหลังยังคงได้เรียนวิชาสองมือขัดแย้งจากจิวแป๊ะธง ทำให้สามารถใช้วิชากระบี่สุรางคนางค์ใจพิสุทธิ์ ด้วยตัวคนเดียวได้ นับเป็นวิชาที่ไม่มีใครเคยใช้มาก่อน มีความว่องไวสุดเปรียบปราน

อาวุธประจำกาย

สายรัดแพรสีขาว 2 เส้น ส่วนปลายผูกไว้ดวยลูกกลมสีทอง เวลาขยับจะมีเสียงดัง ติกๆ แม้ไม่ดังนัก แต่เวลาใช้ในการต่อสู้สามารถคุกคามจิตใจคนได้ สายรัดนี้คล่องแคล่วปราดเปรียวดุจอสรพิษ สามารถวกอ้อมได้กลางอากาศ บังคับลดเลี้ยวได้ดังใจปรารถนา เป็นอาวุธที่สวยงามและประหลาดยิ่ง
ถุงมือถักทอจากเส้นใยทองคำขาวอันเล็กละเอียดและหยุ่นเหนียว เป็นสิ่งที่อาจารย์ของอาจารย์ (ลิ้มเฉียวเอ็ง) ตกทอดทิ้งไว้ แม้อ่อนนุ่มเบาบาง แต่ดาบหรือทวนมากระทบก็ไม่ละคาย
เข็มผึ้งหยก เป็นอาวุธลับพิเศษเฉพาะของสำนักสุสานโบราณ โดยเป็นเข็มทองที่เล็กละเอียดดุจขนวัว ประกอบด้วยทองคำหกส่วน ผสมกับเหล็กกล้าสี่ส่วน ที่เหล็กในของผึ้งหยกผ่านการแช่น้ำพิษ แม้นมีขนาดเล็ก แต่เนื่องด้วยทองคำมีน้ำหนักมาก ขณะที่ซัดสามารถออกพุ่งไปได้ไกล
มังกรหยก เวอร์ชั่น 2006

เซียวเหล่งนึ่ง เวอร์ชั่น หลิวอี้เฟย
ในปี 2006 เซียวเหล่งนึ่งคนล่าสุด ที่แสดงโดยหลิวอี้เฟยได้สร้างความสนใจไม่น้อย เนื่องจาก กิมย้ง ได้ออกปากว่า หลิวอี้เฟยเป็นเซียวเหล่งนึ่งที่ใกล้เคียงจินตนาการของท่านมากที่สุด ทำให้หลิวอี้เฟยเป็นที่จับตามอง มีเสียงวิภาควิจารณ์ต่างๆมากมาย ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ บ้างว่าเธอดูเด็กเกินไป บ้างว่าความสามารถทางการแสดงยังไม่ถึง บ้างก็ชื่นชมบอกว่าเป็นเซียวเหล่งนึ่งที่หลุดออกมาจากนิยายเลยทีเดียว ถ้าพูดถึงตามบทแล้วหน้าตาหลิวอี้เฟยในช่วงแรกก็ไม่ถือว่าเด็กไป เพราะในช่วงที่เซียวเหล่งนึ่งเปิดฉากออกมา นางอายุได้ 18 ปี ในขนะที่หน้าตายังอยู่ที่ประมาณ 16-17 ซึ่งหน้าตาที่อ่อนวัยของหลิวอี้เฟยก็ค่อนข้างจะตรง แต่ถ้าเปรียบเทียบในแง่ความรู้สึก เธอก็อาจจะดูเด็กไปจริงๆ ในด้านเสื้อผ้าที่ใช้ในภาคนี้มีความหรูหราอลังการ ค่อนข้างจะพิถีพิถัน มีรายละเอียดมาก และได้ออกแบบให้ดูทันสมัย มีกลิ่นอายทางยุโรปเข้ามาผสมอย่างลงตัว ถ้าพูดถึงความสมจริง ออกจะดูหรูหราผิดจากความเป็นจริงไปหน่อย แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามแล้วหลายคนก็ให้ความเห็นว่าสวงงามตระการตาดีทีเดียว อีกส่วนหนึ่งที่หลายคนพูดถึงคือฉากต่อสู้ ในเวอร์ชั้นนี้มีการลงทุนสูงเทคนิคการถ่ายทำก็พัฒนาขึ้น เมื่อรวมกับความสามารถของหลิวอี้เฟยในการเต้นบัลเล่ ทำให้ท่วงท่าในการต่อสู้ต่างๆออกมาอ่อนช้อยพริ้วไหวสวยงาม ถือเป็นอีกจุดเด่นของเซียวเหล่งนึ่งภาคนี้ โดยรวมก็ถือเป็นเซียวเหล่งนึ่งอีกเวอร์ชั้นที่น่าดู ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างออกไปจากเวอร์ชั้นก่อนๆ

เอี้ยก้วย เวอร์ชั่น หวงเสี่ยวหมิง
หวงเสี่ยวหมิง ต้องรับงานหนักเมื่อมาแสดงเป็นเอี้ยก้วยในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ซึ่งเป็นเวอร์ชั้นที่มีคนจับตามองกันมาก ที่ต้องรับงานหนักเป็นเพราะเอี้ยก้วยในเวอร์ชั้นก่อนทั้งของ หลิวเต๋อหัว และ กูเทียนเล่อ ต่างก็ทำมาตรฐานไว้สูงลิบ ทั้งสองคนต่างก็โด่งดังมากจากเรื่องนี้ แล้วล้วนแต่กลายเป็นดาวค้างฟ้า มีแฟนคลับอยู่ทั่วเอเชีย แน่นอนว่าการมารับบทเอี้ยก้วยของหวงเสี่ยวหมิงย่อมต้องได้รับแรงกดดันมหาศาล ทั้งหลิวเต๋อหัว และ กู่เทียนเล่อ นั้นต่างก็มีดี เป็นเอี้ยก้วยที่เหมาะสมในยุคสมัยของตัวเอง มาถึงยุคปัจจุบันเป็นโอกาสของ หวงเสี่ยวหมิงบ้างที่จะสร้างชื่อ และดันตัวเองให้กลายเป็นอีกหนึ่งในดาราชั้นแนวหน้าของเอเชีย โดยก่อนที่จะได้รับเลือก หวงเสี่ยวหมิง ต้องเข้าชิงบทเอี้ยก้วยกับอีกหลายคน ได้แก่ เนี่ยหย่วน, หลิวเสียง นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกประเภทวิ่งข้ามรั้ว 110 เมตร, ฮั่วเจี้ยนหัว ดาราวัยรุ่นจากเกาะไต้หวัน, และเซี่ยะถิงฟง ดารานักร้องจากฮ่องกง แต่ในที่สุด หวงเสี่ยวหมิง ก็ได้รับเลือก สำหรับเอี้ยก้วยภาคนี้หลายคนให้ความเห็นว่า หวงเสี่ยวหมิง ดูแก่ไป โดยเฉพาะช่วงแรกที่ต้องทำตัวเหมือนเด็ก ดูขัดต่อบุคลิก และยังแสดงคู่กับหลิวอี้เฟยที่หน้าดูเด็กยิ่งเห็นความแตกต่าง ในขณะที่อีกหลายคนบอกว่า หน้าตาหล่อเหลาดี บางส่วนดูคล้ายกู่เทียนเล่อ

เทพธิดาไหมแดง ลี้มกโช้ว เวอร์ชั่น ม่งกวงเหม่ย


"ถามไถ่ทั่วโลกหล้า อันว่ารักเป็นฉันใด จึงได้มอบแก่กันด้วยชีวิต" เมื่อประโยคนี้ดังขึ้นมาย่อมมิใช่ใครอื่น นอกจาก เชียะเลี่ยงเซียนจื้อ หรือ เทพธิดาไหมแดง ลี้มกโช้ว ตัวร้ายอีกคนของเรื่อง ลี้มกโช้วนั้นเป็นศิษย์จากสำนักสุสานโบราณ นางเป็นศิษย์พี่ของเซียวเหล่งนึ่ง มีวิชาฝีมือสูงส่ง จิตใจอำมหิตยิ่ง
ความเป็นมาของลี้มกโช้วนั้น เดิมที่นางเป็นดรุณีสาวที่งดงามนุ่มนวล ได้มาพบรักกับชายหนุ่มนาม เล็กเต็งง้วน แต่แล้วทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปเมื่อความรักไม่สมหวัง นางถูกพิษแห่งความรักกัดกร่อนจิตใจจนกลายเป็นนางมารร้ายแห่งยุทธภพ ที่มีความชั่วร้ายอำมหิตยากจะหาใครเทียบเทียม
ลี้มกโช้วแม่จะเป็นมานร้าย แต่สุ้มเสียงนางอ่อนโยนนุ่มนวล ท่าทางแช่มช้อยงดงาม บวกกับตาดำขลับฟันขาวสะอาด ผิวพรรณละเอียดอ่อน อยู่ในชุดนักพรตสีเหลืองอ่อน นับเป็นหญิงงามที่โดดเด่น เพียงแต่จิตใจภายในกลับไม่ได้งดงามตามรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งนี้ก็เนื่องจากพิษแห่งความรักที่มักแปรเปลี่ยนผู้คน วรยุทธของลี้มกโช้มีพื้นฐานมาจากวิชาของสำนักสุสานโบราณ โดดเด่นที่วิชาแซ่ปัดที่อ่อนนุ่มแต่บังคับได้ดังใจ และด้วยความสามารถของนาง นางยังสามารถบัญญัติวิชาฝ่ามือเบ็ญจพิษขึ้น ซึ่งเป็นวิชาฝ่ามือที่รุนแรง เป็นที่ครั่นคร้ามแก่ชาวยุทธจักรยิ่งนัก นอกจากนี้ยังมีอาวุธลับคือ เข็มเงินน้ำแข็งเย็นที่มีพิษรุนแรงร้ายกาจ แค่เพียงสำผัสก็สร้างความปวดร้าวสุดทนทาน หากถูกแทงเข้าไปย่อมไม่สามารถมีชีวิตสืบต่อ ทุกครั้งที่นางจะลงมือ จะประทับรอยฝ่ามือสีแดงไว้เท่ากับจำนวนคนที่ต้องสังหาร และมักจะลงมือในช่วงเวลารุ่งสาง ความอำมหิตของนางมีมาให้เห็นตังแต่เริ่มปรากฎตัว นางก็ลงมือสังหารสาวใช้ของเล็กลิบเตี้ยไปสามคนรวด หลังจากนั้นก็สังหาร เล็กลิบเตี้ยกับภรรยา และยังไล่ล่าพยายามสังหาร เทียเอ็งและเล็กบ่อซัง ซึ่งในเวลานั้นมีอายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น
Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:38:50 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:45:22 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:47:58 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:48:32 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:49:07 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:49:31 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:49:48 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:50:58 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:53:23 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:53:57 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:54:28 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:54:54 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:55:28 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:56:05 ]







Ple***CC***SHK
[ 16-03-2007 - 11:57:56 ]







ต้องสมัครเป็นสมาชิกและ login เข้าสู่ระบบก่อนถึงจะสามารถลงความเห็นได้