RAIN...RAIN.....RAIN.....RAIN.....So sexy..So hot ..So cute...ect.........

ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 14:47:38 ]







.... มีความสุขมากๆๆ เลยอะดิ
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 14:50:50 ]







... แฟนๆๆทำท่าเต้นล้อเลียน
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 14:53:54 ]







.... ยิ้มจนตาหายไปแว้วตะเอง....
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 14:57:02 ]







...ไม่ว่าจะมองตรงไหนก้อพลอยีความสุขไปโด้วล่ะ...
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:00:34 ]







So Cute.......RAIN....
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:06:11 ]







... แต้ง...เตรียมตัวโชว์ฝีมือครับ....
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:10:42 ]







ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:15:04 ]







ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:19:59 ]







หันซ้ายแล้วก้อหันขวา...โอ้ว....เจ้าประคุณน่ารักป่ายโหมด....
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:25:05 ]









..... "ผมหิวแล้วครับ..นู๋น่า...ขอดื่มนมก่อนนะครับ.."...
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:36:54 ]









......Thank you for pic all there...From Rainvietnam.com

To day I comeback.. Tomorro I see you....By By
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 15:38:54 ]







ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 22:08:44 ]







ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 22:12:30 ]







น่ารักดีค่ะ
ป้าจุ๋ม
[ 08-03-2007 - 22:14:41 ]







pkan
[ 08-03-2007 - 23:27:42 ]







“เอ็ม พิคเจอร์ส” ขอแจ้งประกาศเลื่อนฉายภาพยนตร์เรื่องแรกของซูเปอร์สตาร์หนุ่มแห่งเอเชีย!!! “เรน” (“ชองจีฮุน”) เรื่อง “I’m a Cyborg, but That’s OK” (แอม อะ ไซบ็อก, บัท แดท’ส โอเค) www.cyborg2006.co.kr หรือ OK! ถึงจะบ้า...ก็บ้า “ร้าก” จากเดิมกำหนดฉายในวันที่ 8 มีนาคม 2550 เลื่อนฉายเป็นวันที่ 22 มีนาคม 2550 อดใจไว้กรี๊ด!!! กับความกุ๊กกิ๊กน่ารักของ “หนุ่มเรน” ได้... 22 มีนาคม นี้ทุกโรงภาพยนตร์ แน่นอน!!!

“I’m a Cyborg, but That’s OK” (แอม อะ ไซบ็อก, บัท แดท’ส โอเค) หรือในชื่อไทยว่า...OK! ถึงจะบ้า...ก็บ้า “ร้าก” นำแสดงโดยซูเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของเอเชีย “เรน” (Rain) หรือ “ชองจีฮุน” (ซีรีส์สุดฮอตอย่าง Sang – Doo, Lest’s Go To School (บันทึกหัวใจ...นายซางดู), Full House (สะดุดรักที่พักใจ), A Love to Kill (แค้นเพื่อรัก)) รับบทหนุ่มสติเฟื่องหน้าใส ผู้คิดว่าตัวเองสามารถเลียนแบบความสามารถของคนอื่นได้ไร้ขีดจำกัด เกิดตกหลุมรักสาวบ๊องส์ข้างห้องในโรงพยาบาลโรคจิต โดยเธอเองก็คิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ รับบทโดยนักแสดงสาวดาวรุ่งของเกาหลี “อิมซูจอง” (ภาพยนตร์เรื่อง“ตู้ซ่อนผี”,“Sad Movie” และซีรีส์สุดฮิต “I’m Sorry, I love you”) กำกับการแสดงโดย “ปาร์ค ซานวูค” (รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส จากเรื่อง "Old Boy")

22 มีนาคม นี้ เตรียมเปิดซิง...ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก!!!

ของซูเปอร์สตาร์หนุ่มที่ฮอตที่สุดของเอเชีย “เรน”

“I’m a Cyborg, but That’s OK”

(แอม อะ ไซบ็อก, บัท แดท’ส โอเค)

OK! ถึงจะบ้า ก็บ้า “ร้าก”



credit:me21@Bi's Kingdom
pkan
[ 09-03-2007 - 20:24:35 ]







I’m a Cyborg but that’s OK รักเธอจัง “เจ้ากระต่ายน้อย” [07-03-2007]

--------------------------------------------------------------------------------
Home > hotnews > ภาพยนตร์ > เอเชีย > I’m a Cyborg but that’s OK รักเธอจัง “เจ้ากระต่ายน้อย”

I’m a Cyborg but that’s OK



รักเธอจัง “เจ้ากระต่ายน้อย”




หลายคนคงรู้จักสมญานามของผู้กำกับ ปักชานวุก กันเป็นอย่างดีแล้ว หรือมีใครไม่รู้บ้างว่า เขาคือ เจ้าของผลงานไตรภาคแห่ง ‘การล้างแค้น’ (Sympathy for Mr. Vengence, Old Boy, Sympathy for Lady Vengence) ที่ซัดกระหน่ำหัวจิตหัวใจคนดูแบบชนิดไม่ยั้งมือมาแล้ว (อย่าให้บอกดีกว่าว่าอะไรมั่ง! เพราะพี่ท่านเล่นรุนแรงเหลือเกิน) มาวันนี้ เขากลับมาชวนให้หลายคนตกตะลึงงึนงัน และงุนงงกันเป็นทิวแถว ว่า เอ๊ะ! นี่มันใช่งานของพี่ปักเราจริงๆเหรอว่ะ บ้างก็ว่า สีสันสดใสขนาดนี้อ่ะนะ (!?! ) หรือพวกกลุ่มแฟนคลับฮาร์ทคอร์ต่างออกมาเกาหัวแกรกๆ แล้วบอกว่า “เฮ้ย! แล้วไอ้แบบชุ่มเลือด เจิ่งนองไปด้วยความข้นคลั่กร้อนระอุไปด้วยความรุนแรงล่ะ หายไปไหนหมดว่ะ !!!



ทุกความสงสัยเหล่านี้มีคำตอบครับ... เพราะพี่ปักของเราบอกว่า “ผมอยากทำหนังแบบที่ลูกผมดูได้บ้าง อีกอย่างหลังจากทำหนังไตรภาคแห่งการล้างแค้นมาร่วม 5 ปีเต็มๆ แล้ว ผมก็อยากทำอะไรที่มันเป็นการพักผ่อนตัวผมเองด้วยเหมือนกัน” ใช่แล้ว หนังเรื่องล่าสุด I’m a Cyborg but that’s OK เรื่องนี้ จึงมีสีสันละม้ายคล้ายลายลูกกวาดอย่างที่เราๆได้เห็นกันนี่แหละ เอ้า! ทีนี้ หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมครับ งั้นเรามาเริ่มเรื่องกันเลย



เรื่องราวของคนไข้โรคจิตที่อยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ แม้จะดูพิลึกพิลั่นไปบ้างตามประสาคนไข้โรคจิตทั่วไป แต่ทุกอย่างก็เริ่มมาสะดุดกึกลงที่ คนไข้โรคจิตรายใหม่ นามว่า ยังกุน (อิมซูจอง) สาวสติเฟื่องที่คิดว่าตัวเองเป็นหุ่นไซบอร์ก? และสาวเจ้าผู้นี้แหละ ที่ขับเคลื่อนเรื่องราวให้เจ้ากระต่ายน้อยอิลซุล (เรน)ของเราหลงรักหัวปักหัวปำจนหัวแทบคะมำ



คนดูจะได้เห็นคนไข้โรคจิตอยู่ในโรงพยาบาลสีสดใส ราวกับภาพสีพาสเทลหวานๆพวกนี้ชวนให้คนดูเคลิ้มคล้อย เคลิบเคลิ้มไปกับห้วงแห่งความฝัน และราวกับว่าโรงพยาบาลโรคจิตแห่งนี้ คือ “โรงพยาบาลในฝัน” ที่ไม่มีวันเป็นจริง! ดังที่คนไข้โรคจิตทุกคนเป็น นั่นก็คือ โลกของเขา และ โลกของคนปกติอยู่ต่างกันสุดขั้ว เพียงเพราะจิตและจินตนาการของแต่ละคนโบยบินสวนทางอยู่เหนือสรรพสิ่งที่ไม่มีวันเข้าถ
ึงกันได้ แม้กระทั่งหมอหรือพยาบาลจะพยายามทำความเข้าใจในตัวตนของแต่ละคนอย่างไรก็ตามแต่เหมือ
นประหนึ่งว่า “โลกส่วนตัว” ในที่นี้ของแต่ละคน ก็คือโลกที่ไม่มีใครต้องการนั่นเอง



เราจึงได้เห็นเจ้ากระต่ายน้อย แบ่งปัน ทุกสิ่ง ทุกอย่างกับคนรอบข้างด้วยวิธีการ ‘ขโมย’ ตัวตนของผู้อื่น (แบบแปลกๆ) และได้เห็นหญิงสาวไซบอร์กนั่งพูดคุยกับเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือตู้หยอดน้ำอัดลม และบางทีก็เข้าไปหลบอยู่ในตู้นาฬิกาแขวนทรงโบราณ!!! แม้เรื่องวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลแห่งนี้จะชุลมุนวุ่นวายอินังพันตูอยู่ท
ุกวี่วัน (ก็คนไข้โรคจิตนี่เนอะ) แต่ก็ยังไม่มีเรื่องใดอลหม่านชวนหัวเท่ากับยังกุนที่คิดว่าตนเป็นหุ่นไซบอร์กไม่สามา
รถทานอาหารได้เหมือนคนปกติทั่วไป นับวันๆ ร่างเธอเริ่มผอมซูบลงไปเรื่อยๆเพราะไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย(เพราะมัวแต่เอาลิ้นแตะถ่
านชาร์ตแทนการกินข้าวนี่แหละ) มันจึงทำให้นักขโมยตัวตนอย่างอิลซุลเกิดความสงสารเป็นห่วงเป็นใยขึ้นมาจับใจ โดยเริ่มที่จะทำความเข้าใจและรู้จักตัวตนของยันกุนมากขึ้น ประโยชน์ของการเป็นนักขโมยของอิลซุล ทำให้เราเห็นว่า เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเป็นตัวตาย ตัวแทน เพื่อให้เธอมีชีวิตอยู่รอดและมีความสุขโดยการ ‘กิน’ ให้ได้เหมือนคนปกติทั่วไปซักที อาทิ ขโมยรองเท้ามาจากเจ๊อ้วนที่คิดว่าตนบินได้เมื่อใส่รองเท้าคู่นี้ (อิลซุลขโมยมาให้ยังกุนใส่บินเล่น ) หรือ การขโมยเสียงร้องเพลงโยเดล(ฉากนี้น่ารักมาก) มาขับกล่อมให้ยังกุนมีชีวิตชีวาโดยไม่รู้สึกเศร้าหมอง และที่น่ารักโรแมนติกมากขึ้นไปกว่านั้นก็คือ การที่เขายินดีขโมยความโศกเศร้าของเธอมาไว้กับตัวเองแทน(ว้าว...สุภาพบุรุษเหลือเกินนะพ่อคุณ)



จนเมื่อโลกของความรักและความเข้าใจ ก่อกำเกิดให้ทั้งคู่ แหวกว่ายเข้าไปอยู่ในโลกของจินตนาการด้วยกัน ทั้งสองเริ่มไม่มีโลกส่วนกั้นกลางระหว่างกัน แต่ทั้งสองเข้ามาอยู่โลกส่วนตัวใบเดียวกัน และเปรียบเสมือนเป็นคนๆเดียวกันในท้ายที่สุด ...



ปักชานวุก เล่าเรื่องราวได้ขบขัน หวานเยิ้มราวกับราดน้ำราสเบอรี่ลงบนวาลเฟิ่ล เพราะเมื่อลองทานดูแล้วคนดูจะรู้สึกได้ทันทีว่าอร่อยเหาะอย่าบอกใครเชียว ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อล่ะว่า หนังเรื่องนี้จะสามารถพาคนดูลอยละล่องข้ามโลกสามัญปกติธรรมดาไปอยู่ในโลกของคนไข้โรค
จิตได้ โดยเฉพาะจินตนาการอันสุดโต่งที่เราไม่มีวันล่วงรู้ได้ว่าตัวละครเหล่านี้ คิดเพ้อฝัน อะไรกันอยู่ ที่สำคัญพี่ปักของเราก็ทำให้คนดูเห็นแล้วว่าแกก็ทำหนังน่ารักๆกะเขาเป็นเหมือนกันนะเ
ฟ้ย! (แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์โหดๆเลือดสาดอยู่ดีแหละครับพี่...)



พี่ปักบอกว่าอยากทำหนังเรื่องนี้ให้ลูกดู (เพราะหนังโหดๆแกสั่งห้ามไม่ให้ดู) แต่จริงๆถ้าเข้าไปดู หรือกรณีมีแม่เป็นแฟนคลับเรนจูงลูกเข้าไปดู ก็อาจจะต้องปิดตาลูกโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ เพราะบางฉากบางตอนยังคงไว้ซึ่งความโหด การฆ่าล้างแค้นอันแสบสันต์ทั้งโรงพยาบาล!!! หรือ การกรีดข้อมือตัวเองแล้วช็อตไฟฟ้า (ตามสไตล์พะยี่ห้อพี่ปักเราจริงๆแฮะ) โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับเรนอาจจะร้องอะจ๊าก! มีอึ้งกิมกี่เล็กน้อยถึงปานกลาง งงเป็นไก่ตาแตกกันว่า “ไหงหนังใสๆมีฉากชวนช็อคแบบนี้ด้วยหรือค่ะ” แต่ถ้าเป็นกลุ่มของพี่ปักเราคงปรบมือกันเกรียวกราว เฮฮาดังลั่นโรงเมื่อได้ดูอะไรที่โหดๆสะใจ (กรู) แบบนี้



แต่ฉากรุนแรงดังกล่าวถ้าพูดโดยรวมแล้วน่าจะเป็นจุดเล็กๆที่พออภัยให้กันได้ และถือเป็นหนังพักร้อนสบายๆที่ไม่ร้อนแรงด้วยเนื้อหาหนักๆแต่กลับร้อนกระหน่ำด้วยสอง
นักแสดงไอดอลขวัญใจมหาชนได้ดีนักเชียว แม้ทางด้านภาพยนตร์หนุ่ม เรน ของเราจะพึ่งแสดงหนังเป็นเรื่องแรก แต่ด้วยฝีมือทางด้านละครที่มีสะสมมายาวนาน และลีลาการเต้นพลิ้วสะบัดบนเวที ก็คงการันตีความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดีว่า งานภาพยนตร์เขาคงเล่นได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งก็จริงอย่างที่เห็น เพราะภาพหนุ่มหล่อ โชว์กล้ามเป็นมัดๆของนายเรน ที่เราเคยคุ้นตา บัดนี้ได้หดหายไปกับตา เมื่อหนุ่มเรนมาแสดงเป๋อเหรออยู่บนจอภาพยนตร์ หรือทำท่าทางซื่อๆบ้องแบ้วๆ(แต่ก็ยังดูน่ารักแฮะ)ตามประสาคนไข้โรคจิตทั่วไป ถือว่าสอบผ่านครับ สำหรับการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก



ยิ่งสาวอย่าง อิมซูจองด้วยแล้ว หายห่วงครับ แม้เธอจะมาทางสายภาพยนตร์เศร้าๆหม่นๆเคล้าน้ำตา (ING, SAD Movie) แต่พอเธอต้องมาเปลี่ยนคาแรคเตอร์ปุ๊บ เธอก็ทำได้ฉับพลันทันที ดูๆแล้วเธอออกจะแบกรับอารมณ์และน้ำหนักของเรื่องราวมากกว่าหนุ่มเรนด้วยซ้ำ (ถึงขนาดต้องลดน้ำหนักเพื่อความสมจริงถึง 5 โล เชียวนะ) โดยเฉพาะปัญหาทางจิตด้านครอบครัวที่ยากจะเข้าใจ เธอต้องแสดงอากัปกิริยาและอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยให้คนดูเชื่อว่าเธอเพี้ยนหนักถึ
งขนาดต้องเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลโรคจิต ถือเป็นบทที่ท้าทายความสามารถเธออีกครั้ง นับจากบทหลอนๆใน A Tale of two Sisters (ตู้ซ่อนผี)



ในตอนท้ายมีฉากชวนน่าสงสัย และพาให้ผู้ชมมึนงงว่า “อ่าว...จบแล้วเหรอ” ซึ่งบังเอิญไปสอดรับกับนิทานเรื่องหนึ่งที่เล่าว่า กระต่ายน้อยบนดวงจันทร์อยู่ในโลกอันโดดเดี่ยว อ้างว้าง เงียบเหงา และเดียวดายเจ้ากระต่ายอธิฐานว่า ซักวันจะมีผู้อาศัยรายใหม่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนใจ เป็นลมหายใจแทนกันและกันในยามที่ใครคนหนึ่งกำลังจะขาด...อากาศหายใจ แต่แล้วเจ้าหุ่นยนต์สาวไซบอร์กก็พ่นควันลอยขึ้นจากพื้นราบบินขึ้นมาบนดวงจันทร์ แล้วรู้ไหมว่าเธอบินขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อเจ้ากระต่ายน้อยจะไม่เหงาโ
ดดเดี่ยวบนดวงจันทร์อีกต่อไป... และนั่นคือนิทานพื้นบ้านของเจ้ากระต่ายน้อยที่มาเป็นบทสรุปทั้งหมดของเรื่องราวน่ารั
กๆ ใน I’m a Cyborg but that’s OK นี่แหละครับ



มีเกียรติ แซ่จิว / kurt0024@hotmail.com
ลากข่าวจากหน้าบ้านเผื่อสาวๆที่ยังไม่ได้อ่านคร๊าบบบบบบบ
ขอบคุงสำหรับข่าวค่ะ



credit:me21@Bi's Kingdom
pkan
[ 09-03-2007 - 21:51:11 ]







Bi-Rain: I will ride a motorbike to a “pho” restaurant 12:29'

พี – เรน : ผมจะบึ่งแมงกะไซค์ไปหม่ำ “เฝอ” ฮับ
12:29' 09/03/2007

(Source: Tuoi Tre)
credit : muasaigon@soompi
credit : jinijung @OnlyRain_Pantip.TH
Eng to Thai : Tempura @JiHoon Republic // OnlyRain_Pantip.TH


อาพีบอกตอนอยู่ที่งานเพรสคอนที่โรงแรม New World Hotel ใน HCM City

VietNamNet Bridge – อาพีให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Tuoi Tre ในโอกาสที่มาเปิดคอนเสิร์ต “Rain’s coming” ใน HCM City วันที่10-11 มีนาคมนี้


ถาม – สิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุดและรู้สึกเหนื่อยที่สุดในเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต “Rain’s coming” คืออะไร?

อาพี – สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดคือการที่ได้พบกับแฟน ๆ จากทั่วทุกมุมโลกและก็ได้พบกับบรรยาศที่แสนจะอบอุ่นที่พวกเค้ามีให้กับผมระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ครับ

ตอนที่มาถึงประเทศเวียดนาม ผมประทับใจมากที่ได้เห็นแฟนเพลงวัยรุ่นมาคอยผมที่สนามบินกลางดึกแบบนั้น ผมทำได้แค่เดินออกมาจากโรงแรมเพื่อทักทายแฟนเพลงนับร้อยที่มาคอยผมที่ถนนตลอดช่วงบ่าย และสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยหน่อยก็คงจะเป็นการที่ต้องเดินทางมากเกินไปนี่แหละครับ


ถาม – Brad Pitt และ Angelina Jolie ดาราฮอลลี่วู้ดชื่อดัง ทั้งสองคนเคยขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อมาชมเมืองโฮจิมินห์ซิตี้มาแล้ว คุณเคยคิดที่จะทำแบบนั้นบ้างมั๊ย?

อาพี – ถ้าผมมีเวลาว่างนะครับ ผมจะต้องควบมอเตอร์ไซคไปที่ภัตตาคารเฝอในไซง่อนแน่ ๆ ผมจะไม่ลังเลที่จะทำอะไรที่น่าสนใจอย่างงั้นแน่นอนครับ


ถาม – หากคุณได้รับเชิญให้เป็นทูตท่องเที่ยวเวียดนาม คุณตั้งจะที่จะแนะนำประเทศเวียดนามให้กับคนในประเทศเกาหลี, ในแถบเอเชีย และในสหรัฐอเมริกาหรือไม่?

อาพี – ผมตั้งใจที่จะเล่าให้พวกเค้าเกี่ยวกับประเทศเวียดนามครับ ผมรู้สึกเสมอว่าการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตของผมถือเป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายครับ


ถาม – แล้วคุณจะพูดเกี่ยวกับประเทศเวียดนามว่าอย่างไร?

อาพี – ผมจะพูดว่า ประเทศเวียดนามสร้างความประทับใจให้กับผมหลายอย่าง ชุดประจำชาติและหมวกทรงกรวยของผู้หญิงสวยงามมากครับ และอาหารของประเทศนี้ก็มีหลายอย่างเลยที่รสชาติเยี่ยมมาก ๆ ครับ


ถาม – ความสำเร็จของคุณมาจากไหน? พวกเด็กและวัยรุ่นที่ใฝ่ฝันอยากจะกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์แบบคุณ ควรทำอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จแบบคุณบ้าง?

อาพี – ผมคิดว่าการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น คุณจะต้องมีความพยายามเพื่อเป็นที่หนึ่งในงานของคุณก่อนครับ คุณต้องเชื่อว่าคุณเป็นที่หนึ่งในงานที่คุณกำลังทำอยู่น่ะครับ


ถาม – อะไรคือ 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ?

อาพี – หนึ่งคือการรักตัวผมเอง สองคือการรักครอบครัวของผม และสามคือการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้างครับ


ถาม – สิ่งที่ทำให้คุณอยากจัด Rain’s Coming world tour คอนเสิร์ตขึ้นมาคืออะไร?

อาพี – อุตสาหกรรมดนตรีของอเมริกาถือเป็นจุดศูนย์กลางของโลกครับ แต่ผมคิดว่าในทวีปเอเชีย ก็มีอะไรที่เป็นวัฒนธรรมเฉพาะตัวเหมือนกัน เราสามารถพิชิตโลกได้ด้วยวัฒนธรรมของพวกเรานะครับ เป้าหมายในการจัดเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ของผมก็คือการได้แนะนำให้โลกรู้จักกับความงามแห่งดนตรีเอเชียครับ และผมก็ยังอยากที่จะมอบความประทับใจและการแสดงที่ลืมไม่ลงนี้ให้กับแฟนเพลงของผมด้วยครับ


ถาม – ทำไมคุณถึงต้องการเป็นทูตของ World Vision เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์?

อาพี – ผมเป็นแค่จุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งบนโลกที่ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ได้ยังไง ผมเลยหวังว่าผมจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของพวกเค้าได้ผ่านบทเพลงของผมครับ


ถาม – ทำไมคุณถึงใช้ปีกของเทพบุตรเป็นสัญลักษณ์ของทัวร์คอนเสิร์ต Rain’s Coming ของคุณ?

อาพี – ผมอยากจะส่งสาส์นไปยังทุกคนว่าสันติภาพย่อมลบล้างสงครามได้เสมอผ่านภาพลักษณ์ของเทพบุตรที่ลงมาสู่ผืนแผ่นดินน่ะครับ โลกที่พวกเรากำลังอาศัยอยู่นี้หวังที่จะได้พบกับสันติภาพเสมอครับ

(tempura : เลือกตั้งสมัยหน้า ถ้าอาพีลงสมัครได้แน่นอนค่ะ ฟันธง!!!!! 555555)




credit : Tempura @JiHoon Republic // OnlyRain_Pantip.TH
ป้าจุ๋ม
[ 09-03-2007 - 22:30:48 ]







....สนามบินเวียดนาม...
ป้าจุ๋ม
[ 09-03-2007 - 22:38:02 ]







..น่ารักนะเด่ะโน้ย...
ต้องสมัครเป็นสมาชิกและ login เข้าสู่ระบบก่อนถึงจะสามารถลงความเห็นได้

เว็บนี้มีการใช้งาน cookie
ยอมรับ
ไม่ยอมรับ